chatchai's profileTee LekPhotosBlogListsMore Tools Help

chatchai

Occupation
Location
There are no categories in use.
No list items have been added yet.

Video

http://www.youtube.com/watch?v=mx-8iOsQHNI

Windows Media Player

Photo 1 of 42
More albums (1)

ผู้ชายนับสิบ ผู้หญิงนับศูนย์

ผู้ชายนับ - 10.
ผมเกือบเดินกลับเข้าออฟฟิศแล้วสิ ถ้าไม่เห็นเธอเดินเข้ามา นางฟ้าของผมวันนี้เธอใส่เสื้อสีขาว กระโปรงสีชมพู เธอดูน่ารักเหมือนตุ๊กตา­ี่ปุ่นแก้มแดงๆ ผมเดินเสไปเสมาหาอะไรกินอีกหน่อย ทั้งๆ ที่อิ่มจะแย่แล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อเฝ้ามองนางฟ้าเวลาพักเที่ยงของผม อยากรู้จักเธอจัง ทำไงดีหว่า

ผู้ห­ิงนับ - 0.
ฉันสังเกตเห็นเขาตั้งหลายวันแล้วละ คนอะไรก็ไม่รู้ กินเส้นเล็กน้ำเนื้อเปื่อยได้ทุกวัน ไม่รู้จักเบื่อมั่งเลย หน้าตาเขาตลกดีนะ นี่ถ้าเขาจะสร้างหนังโดราเอมอนเดอะมูฟวี่ ฉันคงจะอี-เมล์ไปบอกผู้กำกับให้มาเชิ­พี่แกไปเล่นเป็นโนบิตะ

ผู้ชายนับ - 9.
วันนี้ผมตัดสินใจจะแอบตามเธอไปดูว่าเธอทำงานที่ไหน เพราะเธอไม่ใช่พนักงานบริษัทเดียวกับผม แต่ที่แน่ กว่าเธอจะลงมากินข้าวก็เกือบบ่าย และกว่าจะกลับก็จวนบ่ายสอง แต่ที่ทำงานเธอคงอยู่แถวนี้แหละ

ผู้ห­ิงนับ -1.
พี่กุ้งชี้หมอนั่นให้ฉันดูแล้วหัวเราะคิกคัก อีตาโนบิตะนั่นเอง! เขาทำเป็นเดินโทรศัพท์ตามพวกเรามาห่างๆ สงสัยพี่แกจะแอบชอบใครสักคนในกลุ่มเราแน่ๆ เลย (สงสัยจะเป็นพี่กุ้งแฮะ ก็เธอสวยออกซะงั้น) เอ..เอาเข้าจริงๆ อีตานี่มองจากมุมเฉียงๆ ก็ดูดีเหมือนกันนะ

ผู้ชายนับ - 8.
เธอทำงานแถวนี้จริงๆ ด้วย เธอทำงานอยู่ในสถานทูตแห่งหนึ่งในหลายๆ แห่งแถวนั้น แต่เป็นหน่วยงานย่อยเกี่ยวกับวัฒนธรรมและความร่วมมือ และเป็นโรงเรียนสอนภาษาไปในตัวด้วย โรงเรียนสอนภาษาเหรอ... เออเข้าท่า

ผู้ห­ิงนับ - 2.
อีตาโนบิตะถ้าจะเอาจริงแฮะ! วันนี้บุกมาถึงที่เลย มาหยิบโบรชัวร์อะไรให้วุ่นเลย อยากรู้เหมือนกันแฮะว่าแกจะมาจีบใคร

ผู้ชายนับ - 7.
พักเที่ยง ผมยังไม่ไปกินข้าว แต่เดินมานั่งกินกาแฟอยู่ที่ Cafe ของสถานทูต รอนางฟ้าเสด็จลงมาเสวยภักษาหาร หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ... ที่นี่เขาใช้กาแฟพันธุ์อะไรมาชงเนี่ย เมื่อเธอลงมา คราวนี้ผมจะต้องชวนเธอคุยให้ได้

ผู้ห­ิงนับ -3.
"
นี่ พี่กุ้ง อีตาโนบิตะมารอพี่แหนะ นั่งกินกาแฟอยู่ที่คาเฟ่ด้วย" "จริงง่ะ! เขาสมัครเรียนอะไรหรือเปล่าอ่ะ..หนิง
"
"
ไม่หรอกพี่ เขามารอพี่อ่ะแหละ สงสัยวันนี้พี่กุ้งไม่ได้กินข้าวกะพวกหนูแล้วละ
"
"
บ้า เหลวไหล!!!"

ผู้ชายนับ - 6.
"
คุณครับ ทำงานที่นี่ใช่หรือเปล่าครับ" ผมเดินเข้าไปถามเธอ "ผมสนใจจะเรียนภาษาฝรั่งเศสครับ แต่มีคอร์สไหนสำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างผมมั่งไหมครับ"

ผู้ห­ิงนับ -4.
อีตาโนบิตะเขาเข้ามาคุยกับฉัน เขาถามฉัน!!! เขามารอฉันหรอกเหรอเนี่ย แล้วอย่างงี้ ทุกวันที่เขามอง...ก้อ.... หวาย

ผู้ชายนับ - 5.
วันนี้เธอน่ารักเป็นพิเศษขึ้นอีกหลายเท่า แก้มงี้แดงน่ารักเชียว เธอบอกให้เพื่อคนอื่นไปทานข้าวกันก่อน ส่วนเธอยอมเข้ามาคุยกับผมใน Cafe และแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเรียนให้ฟัง

ผู้ห­ิงนับ -5.
พี่กุ้งน่ะสิ ทำขยิบหูขยิบตาให้ฉันคุยกับเขา จะบ้าเหรอ แต่ก่อนที่ฉันจะทันตอบอะไรได้ พี่กุ้งก็ชิงบอกว่า "อ๋อ ยินดีค่ะ มีอะไรก็ปรึกษาน้องหนิงได้นะคะ น้องเขาดูแลเรื่องนี้อยู่พอดีค่ะ"

ผู้ชาย - ผู้ห­ิง
"คุณ...เคยเรียนภาษาฝรั่งเศสมาบ้างหรือเปล่าคะ
"
"
ไม่เคยครับ เอ้อ...ผมชื่อเอกครับ
..."
"
หนิงค่ะ
"
"
หนิงทำงานที่นี่นานหรือยังครับ หนิงจบเอกภาษานี้มาเหรอครับ
"
"
ค่ะ หนิงเพิ่งจบได้ปีเดียวเอง
"
"
ขอผมเลี้ยงข้าวนะครับ หนิงอุตส่าห์คุยกับผมตั้งนาน อดไปกินข้าวกับเพื่อนเลย
"
"
อุ๊ย อย่าเลยค่ะ ในนี้แพงออก ไว้คราวหน้าดีกว่าค่ะ
"
คราวหน้า!!! คราวหน้า ได้ยินกันไหมครับ ท่านผู้ฟัง เข้าทางผมเลย
บ้า!!! ฉันพลาดไปได้ไงอ้ะ
"อ้อ...ก้อ เอ้อ มีค่ะ
... 0 1 6 1 5..."
ให้เบอร์เค้าไปทำไมอ่า... แง้ๆๆๆๆ
ฉันจิกกระดาษทิชชูในมือจนเละเป็นปุยเหมือนปลาดุกฟู

ผู้ชายนับ - 4.
ผมคุยกับน้องหนิง (เธออ่อนกว่าผมสี่ปี) สองสามคืนติดต่อกัน คืนละหลายๆ ชั่วโมง ตอนกลางวันก็ไปนั่งกินข้าวด้วยกัน แต่ก็ได้แค่นั้นเองง่ะ... พอจวนบ่ายสองก็แยกย้ายกันไปทำงานเคยลองชวนไปดูหนังเธอก็บอกไม่อยากดู ตอนเย็นก็ต้องรีบกลับบ้าน ไปนั่งที่ไหนต่อก็ไม่ได้ สงสัย เดี๋ยวกลับบ้านช้าแม่จะดุละมั้ง

ผู้ห­ิงนับ - 6.
พี่ๆ ล้อว่าฉันเป็นแฟนอีตาโนบิตะ เอ้ย! พี่เอก ไม่ใช่ซะหน่อย ก็แค่เพื่อนคนนึง ทำงานอยู่ใกล้ๆ กัน ตอนกลางวันต่างคนต่างก็ต้องกินข้าวอยู่แล้ว ให้เขากินด้วยอีกคนจะเป็นอะไรไป
แต่พี่เอกเค้าคุยสนุกดีเหมือนกันนะ ฟังเขาคุยทีเพลินเลย บางทีนึกว่าคุยแป๊บเดียว ที่ไหนได้ ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน

ผู้ชายนับ - 3.
น้องหนิงน่ารักจริงๆ และเธอเป็นนางฟ้าจริงๆ เธอช่างมองโลกในแง่ดี สวยงาม และใสสะอาด เสียจนผมละอาย... ผมเริ่มได้คิดว่า ผมเหมาะกับเธอหรือเปล่า ผมสามารถใช้ชีวิตแบบเธอได้ไหม การเลี้ยงดูของเรามันต่างกันเหลือเกิน เธอไม่เคยพบกับความยากลำบากและสิ่งอันชั่วร้ายอะไรในโลกเลย...

ถ้าเธอเป็นนางฟ้าจริงๆ ส่วนผมน่ะเหรอ เรียกว่าคนเดินดินยังยากเลย เธอเรียนจบจากโรงเรียนสตรีชื่อดัง จบมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อเสียง และเข้าทำงานกับสถานทูต
ส่วนผมน่ะเหรอ... อย่าให้เล่าเลยคุณ ยาว

ผู้ห­ิงนับ - 7.
พี่เอกนี่มีอะไรมากมายกว่าที่ฉันคิดแฮะ พี่เขาผ่านอะไรต่ออะไรในชีวิตมามากมายกว่าที่จะนึกถึง เขาไม่เหมือนใครที่ฉันรู้จักเลย เขาเริ่มต้นจากเด็กเกเรคนหนึ่ง ลองมาหมดแล้วอะไรแสบๆ ทั้งหลาย เหล้า ยา การพนัน เคยเข้าบ้านเมตตาก็เคย แต่แล้วเขาก็สามารถตั้งใจเรียนจนจบทั้งการศึกษานอกโรงเรียน และเรียนมหาวิทยาลัยเปิดจนจบด้วยตัวเองตลอด และทำงานในบริษัทให­่ขนาดนี้ได้ในตำแหน่งและเงินเดือนที่ไม่น้อยทีเดียว ฉันทึ่งในชีวิตของพี่เขาเหลือเกิน

ผู้ชายนับ - 2.
วันนี้ตอนเช้า ผมซื้อดอกไม้ให้เธอ... เพราะรู้ว่าเธอจะมีแจกันใบเล็กๆ ใส่ดอกกุหลาบน่ารักๆ เอาไว้บนโต๊ะทำงานเสมอ แต่เธอรับไปแล้วก็ไม่ว่าอะไรสักคำ... ตอนเที่ยง ผมไปหาเธอที่ห้องทำงานตามปกติ ดอกไม้บนโต๊ะทำงานเป็นดอกเดียวกับที่ผมเห็นเมื่อวาน.... เธอไม่ได้เอาดอกไม้ที่ผมให้มาปักแจกันหรือนี่
...
สงสัยดอกไม้ถูกๆ ช่อเล็กๆ ซื้อที่สถานีรถไฟฟ้าแบบนี้ มันคงจะไม่ถูกใจเธอละมั้ง

ผู้ห­ิงนับ - 8.
พี่เขาให้ช่อดอกไม้เล็กๆ กับฉันละ... มันน่ารักจนฉนพูดอะไรไม่ออกเลย แม้แต่คำว่าขอบคุณ สงสัยฉันต้องรีบไปหาซื้อซิลิก้าเจลมาเก็บดอกไม้นี่เสียแล้วสิ... ไม่อยากให้มันเหี่ยวไปเลย

ผู้ชายนับ - 1.
ผมพยายามที่จะยอมรับความจริง ว่าผมกับเธอนั้นแตกต่างกันแค่ไหน
...
นางฟ้าก็มีไว้สำหรับคนบนฟ้า...ผมคิด ผมพยายามทำงานให้หนักขึ้น กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงเหมือนเดิม และคุยกับเธอให้น้อยลง (หรือถ้าให้ถูก เธอเองก็ไม่ค่อยโทรหาผมสักเท่าไรแล้วช่วงนี้
)
ผมจะจำเธอไว้ในฐานะความทรงจำที่สวยงามแล้วกัน

ผู้ห­ิงนับ - 9.
เพื่อนฉันที่ทำงานบริษัทเดียวกับพี่เอกบอกว่า ช่วงนี้พี่เขาทำงานหนักมาก... บางวันสี่ทุ่มก็ไม่ยอมกลับบ้าน มาถึงก็ก่อนแปดโมง
ฉันก็เหงานะ แต่เราก็ชอบที่พี่เขาเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ ผู้ชายที่มีพลังและความรับผิดชอบ ที่พุ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา

สิ่งที่ฉันทำได้ ก็คือให้เขาทำสิ่งที่เขาตั้งใจนั้นอย่างเต็มที่โดยไม่ขัดขวางหรือแง่งอน... ถึงจะไม่ได้คุยกับพี่เขาบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ... ไว้ถ้าพี่เขาว่างๆ คราวนี้ถ้าจะชวนไปดูหนังหรือกินข้าวเย็นบ้าง ฉันจะไปละนะ

ผู้ชายนับ - 0.
ผมทำงานจนเกือบบ่ายสองแล้วนึกได้ว่าลืมกินข้าว
"พี่เอกคะ ทานข้าวมั่งป่ะเนี่ย" น้องออย เด็กฝึกงานมาถามผมด้วยความเป็นห่วง "ออยไปซื้อให้ไหมคะ
"
"
ไม่เป็นไรหรอก พี่ไปกินเองก็ได้ แล้วออยล่ะกินหรือยัง
"
เธอสั่นหน้าแทนคำตอบ
"งั้นไปกินข้าวกับพี่ไหม... พี่เลี้ยงเอง
"
น้องออยพยักหน้าตอบรับ... เออ วันนี้น้องออยแก้มสีชมพูเลย

ผู้ห­ิงนับ -10.
"
พี่กลับไปก่อนนะหนิง
"
"
ค่ะ เดี๋ยวหนูรอแถวนี้อีกแป๊บนึงแล้วกันนะ
"
พี่เอกคงงานยุ่งจนไม่ได้ออกมาทานข้าว
วันนี้แหละ ถ้าพี่เอกชวนฉันไปดูหนัง ฉันจะไปดูกับเขา
...

แค่.... หนึ่งนาที

อ่านเจอใน blog ของน้องคนนึง เคยอ่านมานานมากแล้ว แต่อ่านทีรัยก้อประทับใจทุกที
 
          ถ้าคุณยังรักใครอยู่..จงอย่าลังเลที่จะบอกเค้าคนนั้นให้รู้ ว่าคุณรักเค้า คุณอยากอยู่กับเค้า ลองฟังเสียงหัวใจดู เลือกที่จะทำในสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง อย่าลังเล และกลัวกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แค่ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก้อพอแล้ว เพราะเพียงเสี้ยวนาที มันอาจจะสายเกินไปที่จะบอก...
 
          ชายหนุ่มไฟแรงมุมานะทำงานอย่างมุ่งมั่น เขามีความฝันจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์กับแฟนสาว เธอจะมารอการกลับมาหน้าประตูบ้านเขาทุกวัน เขาพบเธอยิ้มแย้มต้อนรับสนทนากันและเธอก็กลับไป 

          วันนี้เขากลับช้ากว่าปกติมาก แต่แปลกที่ยังเห็นเธอยืนรอเช่นทุกวัน "โทษทีนะที่รัก วันนี้มีงานด่วนเลยกลับช้า" เธอยังยิ้มให้เขา "คุณทำงานจนมีรถ มีบ้านอย่างที่ตั้งใจแล้ว ทำไมยังทำงานหนักอีก" "ผมอยากมีบ้านที่มีบริเวณมากกว่านี้ รถที่ดูโอ่อ่ากว่านี้..เพื่อคุณนะจ้ะ"

          เวลาผ่านไป 1 ปีหญิงสาวมาบ้างไม่มาบ้าง แต่เขาไม่มีเวลามาใส่ใจกับเรื่องนี้ วันหนึ่งเธอเอ่ยถามเขา "คุณมีเงินพอจะซื้อบ้านหลังใหญ่รึยัง" "ขอเวลาอีกหน่อยผมอยากซื้อแหวนวงใหม่มาเปลี่ยนให้คุณ" เขาจุมพิตมือที่สวมแหวนทองวงเล็กเบาๆ "ฉันบอกหรือว่าอยากได้แหวนวงใหม่" "ผมอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ..ที่รัก"

          3 เดือนแล้วที่เขาไม่เห็นเธอหน้าประตูบ้าน วันนี้เขามีบ้านหลังใหญ่จึงตัดสินใจลางาน 1 วันเพื่อไปหาเธอ เขาขับรถคันหรูผ่านเส้นทางที่ขรุขระอย่างยากลำบาก "นี่คุณต้องเดินผ่านทางเส้นนี้มาหาผมทุกวันเหรอ..." เมื่อมาถึงแม่ของเธอออกมาต้อนรับ และมอบกล่องไม้ใบหนึ่งให้เขา พร้อมกับบอกทางไปสถานที่ ที่เขาจะพบเธอได้ 

          เนินเขาเล็กๆ รายล้อมไปด้วยดอกไม้แท่นหินสลักชื่อหญิงสาวตั้งอยู่กลางเนิน มือสั่นเทาเปิดกล่องไม้อย่างช้าๆ ข้างในอัดแน่นไปด้วยกระดาษแผ่นเล็ก เขาเริ่มอ่านข้อความทีละใบ 
          "วันนี้คุณกลับมาช้า ฉันรอ 2 ชม.ไม่เป็นไร ฉันรักคุณ"

          "วันนี้ฝนตกฉันยังรอแม้ไม่เจอคุณ แต่ฉันยังรักคุณ"

          "ฉันเริ่มป่วยจนไปหาไม่ได้คุณคงไม่ทันสังเกต แต่ฉันยังรักคุณ"

          "วันนี้คุณบอกจะเปลี่ยนแหวนวงใหม่...คุณคงลืมว่าฉันตอบแต่งงานกับคุณเพราะแหวนวงนี้ ฉันยังรักคุณ"

          "ฉันป่วยมากจนไม่อาจไปพบคุณได้...ภาวนาให้คุณรู้สึกตัวสักทีว่าฉันแค่ต้องการคุณเพราะฉันรักคุณ"

          ชายหนุ่มเรียนรู้แล้วว่า...บางทีสิ่งที่เขาไขว่คว้ามาตลอดชีวิต อาจเทียบไม่ได้กับสิ่งเล็กน้อยที่เขาเคยได้รับจนเป็นเรื่องปกติของทุกวัน

          รถคันหรูแล่นไกลออกไป มีเพียงกล่องแหวนเพชรราคาแพงหน้าหลุมศพ ที่ดูไม่เหลือค่าอะไรสำหรับเขาอีกต่อไป

          ผมมีบ้านหลังใหญ่แต่คงกว้างไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมมีรถราคาแพงแต่ไม่รู้จะขับพาใครไปไหน ผมมีเวลาอยู่กับงานครึ่งชีวิต แต่ไม่เคยมีเวลาที่จะได้อยู่กับคนที่ผมรัก ตอนนี้ผมมีเงินมากมายแต่ไม่อาจซื้อเวลาเพียง 1 นาทีที่จะบอกรักเธอ ผมมีทุกอย่างเพียบพร้อมแต่ขาดส่วนที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ครอบครัวสมบูรณ์ได้
 
 

ข้อคิดดีๆ

ดีไม่ดี....อยู่ที่ใจเรา  หัวเราะ....เมื่ออยากหัวเราะ
ร้องไห้....เมื่ออยากร้องไห้ และจะต้องหัวเราะให้ได้หลังร้องไห้ทุกครั้ง :)
 
ทุกย่างก้าวของความฝันคือย่างก้าวของความเหน็ดเหนื่อย
ทุกย่างก้าวของความเหน็ดเหนื่อยคือก้าวย่างของความสำเร็จ
 
ต่อให้ทุกข์ที่สุด.... ก้อต้องผ่านพ้นไปจนได้
เมื่อเรานั่งมองอดีต เรายังผ่านมาได้ตั้งหลายทุกข์
ก้อในเมื่อ....ชีวิต....มันยังมีชีวิต ขอแค่อย่าทุกข์ก่อนเจอทุกข์
หลังทุกข์ อย่าทุกข์อีก ให้ทุกข์ แค่ตอนทุกข์
แล้วทุกข์ที่สุด...ก้อจะเป็น ทุกข์ แค่นั้นเอง
 

ตะปู

มีเด็กน้อยคนหนึ่งที่สีหน้าแสดงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก 
พ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขา 1 ถุง 
และบอกกับเขาว่า ”ทุกครั้งที่เขารู้สึกโมโห หรือโกรธใครสักคน 
ให้ตอกตะปู 1 ตัวเข้าไปกับรั้วที่หลังบ้าน” 

วันแรกผ่านไป เด็กน้อยคนนั้นตอกตะปูเขาไปที่รั้วหลังบ้านถึง 37 ตัว
และก็ค่อย ๆ ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ 
ในแต่ละวันที่ผ่านไป ก็ลดจํานวนลง น้อยลง น้อยลง 
เพราะเขารู้สึกว่า การรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองให้สงบ 
ง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ 
และแล้ว หลังจากที่เขาสามารถควบคุมตนเองได้ดีขึ้นใจเย็นมากขึ้น 
เขาจึงเข้าไปพบกับพ่อ และบอกกับพ่อของเขาว่า 
เขาสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้แล้ว 
ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนที่เคยเป็นมา 
พ่อยิ้ม และบอกกับลูกชายของเขาว่า 
”ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าต้องพิสูจน์ให้พ่อรู้ 
โดยทุกๆ ครั้งที่เขาสามารถควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวของตนเองได้ 
ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้าน 1 ตัว ทุกครั้ง” 

วันแล้ววันเล่า เด็กน้อยคนนั้นก็ค่อยๆ ถอนตะปูออก
ทีละตัว จาก 1 เป็น 2 .... จาก 2 เป็น 3 
จนในที่สุดตะปูทั้งหมดก็ถูกถอนออก จนหมด 
เด็กน้อยดีใจมากรีบวิ่งไปบอกกับพ่อเขาว่า 
“ฉันทำได้ ในที่สุดฉันก็ทำจนสำเร็จ !!” 

พ่อไม่ได้พูดอะไร 
แต่จูงมือลูกของเขาออกไปที่รั้วหลังบ้าน 
และบอกกับลูกว่า “ทำได้ดีมาก ลูกพ่อ 
และเจ้าลองมองกลับไปที่รั้วเหล่านั้นสิ 
เจ้าเห็นหรือไม่ว่า รั้วนั้นมันไม่เหมือนเดิม 
ไม่เหมือน..กับที่มันเคยเป็น 

จำไว้นะลูก 
เมื่อใดก็ตามที่เจ้าทำอะไรลงไปโดยใช้อารมณ์ 
สิ่งนั้นมันจะเกิดเป็นรอยแผล 
เหมือนกับการเอามีดที่แหลมคมไปแทงใครสักคน 
ต่อให้ใช้คำพูด ว่า “ขอโทษ” สักกี่หน 
ก็ไม่อาจลบความเจ็บปวด 
ไม่อาจลบรอยแผลที่เกิดขึ้นกับเขาคนนั้นได้ 

ฉันใดก็ฉันนั้น “กับเพื่อน” .. 
เพื่อนเปรียบเสมือน อัญมณีอันมีค่าที่หายาก 
เป็นคนที่ทำให้เรายิ้ม 
เป็นคนที่คอยให้กำลังใจ และยินดีเมื่อเราพบกับความสำเร็จ 
เป็นคนที่คอยปลอบใจเราเมื่อยามเศร้า ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา 
และจริงใจกับเราเสมอ ... แสดงให้เขาเห็น 
ว่าเราห่วงใยเขามากแค่ไหน 
และระวังสิ่งที่เราทำไป ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ 

และจงจดจำไว้เสมอว่า " คำขอโทษ " 
ไม่ว่าเขาจะยกโทษให้เราหรือไม่ก็ตาม 
แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้น คือ 
รอยร้าวที่เขาคงไม่อาจลืมมันได้ ...... ตลอดไป” 

หวังว่านิทานนี้คงช่วยให้พวกเรา 
อยู่ร่วมกัน ทำงาน ร่วมกัน คบกัน 
ด้วยความรู้สึกที่ดีต่อกันขึ้นเรื่อยๆ 
ตลอดไป..... 

สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้ ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตเรา!

วันนี้. . .เราอาจรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่ง
จนคิดว่าเราขาดไม่ได้
แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป

สักวันเราจะรู้ว่า. . .สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้
เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เติมชีวิตเรา
ไม่ใช่. . .ทั้งหมดของชีวิตเรา

วันหนึ่ง. . .หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่
ที่เราคิดว่าเราพึงใจ ปรารถนา. . .ต้องการ. . .ขาดไม่ได้
เราก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก

เมื่อเวลาหนึ่งผ่านไป จะสอนเราได้เองว่า. . .
ความผูกพันกับสิ่งใดๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง
จะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้นๆ

อย่าได้ไปยึดติด อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตหลุ่มหลง
คิดเสียว่า. . .เราโชคดีที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่เรารัก

ความผูกพัน. . .ก็เหมือนกับความรัก
หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก
หากเรารักใครคนใดคนหนึ่งมาก
เราก็จะรู้สึกว่าผูกพันมาก

แต่ความผูกพันที่ว่า ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเอง. . .
ไว้กับสิ่งนั้น เพราะคนทุกคน ย่อมผูกพันกับหลายๆ สิ่ง

เปรียบเสมือนเรามีแก้วน้ำอยู่หนึ่งใบ
ในยามเช้าเราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่มนม
พออากาศร้อนหน่อย เราอาจต้องการน้ำเย็น ๆ
บางครั้งที่เราไม่สบาย เราอาจต้องการน้ำอุ่น

ใจเราก็เหมือนกับแก้วน้ำ ต้องเติมสิ่งต่าง ๆ
ในเวลาที่แตกต่างกัน ตามความเหมาะสม
หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้วน้ำ
แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันทีในแก้วใบเดียวกัน
เราก็จะพบว่าแก้วใบนั้น ก็จะร้าวแล้วเริ่มแตก

ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา. . .
ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่งไม่ผิด
ถ้าเราค่อยๆ ปรับใจ ปรับตัวของเราเอง
ให้กลับคืนในเวลาที่ควร
เพราะอย่างน้อยที่สุดเราก็มีโอกาสได้ผูกพัน
ซึ่งก็เหมือนเราได้มีโอกาส “ได้รัก” นั่นเอง!!

ภรรยา ผู้ประเสริฐ

ภรรยาผู้ประเสริฐ
น่าอ่านมาก ๆ เลยแหละเรื่องนี้เกิดขึ้นกับคู่แต่งงานใหม่หวานแหว
ที่เพิ่งผ่านพิธีมาได้สองอาทิตย์ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน
แต่ฝ่ายสามี ก็อดรนทนไม่ได้ที่จะนัด เหล่าสหายหาญทั้งหลาย
เพื่อไป สังสรรค์ด้วยกันในตัวเมือง
สามีจึงเอ่ยกับภรรยาใหม่ว่า "ที่รักจ๋า ผมไปข้างนอกสักครู่นะ เดี๋ยวกลับมาจ๊ะ"

ภรรยาถามสามีว่า "สุดที่รัก จะออกไปไหนเหรอคะ"
"
คนสวยของผม ขอผมไปที่บาร์หน่อยนะ ไปดื่มเบียร์สักแก้วสองแก้ว

เดี๋ยวเสร็จแล้วก็กลับจ๊ะ" สามีส่งเสียงอ้อนวอน ภรรยา
"
ที่รักอยากได้ เบียร์ทำไมไม่บอกล่ะคะ"
ว่าแล้วก็เปิดประตูตู้เย็นค้างไว้ให้สามีเห็นว่า

เธอได้เตรียมเบียร์ไว้ให้มากกว่า 25 ชนิด จาก 12 ประเทศ
เยอรมัน ฮอลแลนด์ ญี่ปุ่น อินเดีย และอื่นๆ
สามีได้ยินดังนั้น ก็ อึ้งไปก่อนจะเอ่ยกับภรรยาว่า
"
เยอะจังเลย ที่รักน่า รักที่สุดในโลกเลย
รู้มั๊ย....แต่ว่า...ที่บาร์เค้ามีแก้วแช่แข็ง ด้วยนะ.."
ก่อนที่สามีจะพูดจบประโยค ภรรยาก็ได้ขัดจังหวะสามี
"
โถ น่าเอ็นดูจริง อยากได้แก้วแช่แข็งก็ไม่บอก
นี่คะ ชั้นเตรียมไว้แล้ว" ภรรยาพูดพลางหยิบแก้วที่แช่แข็งออกมาจากตู้เย็น
แก้วเย็นมากขนาดที่เธอรู้สึกหนาวขึ้นมาทันที

ฝ่ายสามีเริ่มหน้าซีดก่อนจะกล่าวต่อไปว่า
"
ที่รักจ๋า ที่บาร์มีออเดิร์ฟอร่อยๆ ให้เลือกเยอะเลย

ผมคงไปไม่นานหรอก เสร็จแล้วจะรีบกลับทันทีเลยดีมั๊ยจ๊ะ"
"
แหม อยากได้ออเดิร์ฟก็ไม่บอกกันแต่แรก ชั้นเตรียมไว้ให้คุณแล้ว ค่ะ"
ภรรยาเดินไปเปิดเตาอบและนำออเดิร์ฟ 5 อย่างออกมาวางตรงหน้าสามี
อันได้แก่ ปีกไก่ หมู ห่อผัก เห็ดยัดไส้ และหมูแดดเดียว

สามีพยายามอ้อนวอนภรรยาต่อไป

"แต่ว่า ที่บาร์มีอย่างอื่นนะ อย่างเวลาคุยกันกับเพื่อนๆ
ที่นั่นเราใช้คำไม่สุภาพหรือคำหยาบบ้าง มันก็ได้บรรยากาศดีนะคนดี"

"อ๋อ อยากได้บรรยากาศก็ไม่บอกแต่แรก
ฟังให้ดีนะ ไอ้ควาย มึงเอาเบียร์ไปใส่แก้วแช่แข็งห่าเหวไรเนี่ย

กระแทกปากมึงซะ แล้วก็แดกๆไปซะไอ้ออเดิร์ฟเหี้ยๆ เนี่ย
แล้วมึงก็จำไว้ให้ดีนะว่า คืนนี้... มึงต้องไม่ไปไหนเป็นอันขาด

....เข้าใจมั๊ย.................ไอ้สาดดดดดด"

Rocks, Pebbles, and Sands

  อาจารย์สอนปรัชญาเข้าห้องเรียนมาพร้อมด้วยของสองสามอย่าง เมื่อได้เวลาเรียน เขาก็หยิบเหยือกแก้วขนาดใหญ่ขึ้นมาแล้วใส่หินลงไปจนเต็ม จากนั้นก็ถามบรรดานักศึกษาว่าเหยือกเต็มหรือยัง  นักศึกษาต่างก็ยอมรับว่าเต็มแล้ว แต่แล้วอาจารย์ก็หยิบกระป๋องใส่กรวดออกมาแล้วเทกรวดลงไปในเหยือก เขย่าเหยือกเบาๆ กรวดก็เลื่อนไหลลงไปอยู่ระหว่างหิน เขาถามนักศึกษาว่าเหยือกเต็มหรือยัง นักศึกษาก็ยอมรับ ว่าเต็มแล้ว อาจารย์คนเดิมควักเอากล่องทรายขึ้นมาเทใส่ลงไปในเหยือก และทรายก็ไหลลงไปแทนที่ตามช่องว่างได้อย่างง่ายดาย เขาถามนักศึกษาอีกครั้งว่าเหยือกเต็มหรือยัง นักศึกษาตอบอย่างหนักแน่นว่าคราวนี้เต็มแน่แล้ว ถึงตอนนี้อาจารย์หยิบเบียร์สองกระป๋องออกมาจากใต้โต๊ะ แล้วเทใส่เหยือกโดยไม่รีรอ เบียร์ก็ซึมผ่านทรายลงไปจนหมด ทั้งชั้นเรียนหัวเราะกันครืนใหญ่

    “เอาล่ะ อาจารย์กล่าวขึ้นเมื่อเสียงหัวเราะซาลง ผมอยากให้พวกคุณจำไว้ว่าเหยือกนี้ก็เหมือนชีวิตคนเรา หินก็คือสิ่งที่สำคัญในชีวิต เช่นครอบครัว คู่ชีวิต สุขภาพ ลูกๆ เพื่อนฝูง และสิ่งที่คุณสนใจจริงๆ สิ่งที่ถ้าคุณต้องสูญเสียทุกอย่างไปและเหลือแต่เพียงสิ่งเหล่านี้ ชีวิตคุณก็ยังเต็มเปี่ยมอยู่ เม็ดกรวดก็เหมือนสิ่งที่สำคัญรองลงมา เช่นงาน บ้าน รถยนต์” 

    “ทรายก็คือเรื่องอื่นๆ ที่เหลือ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราต้องทำและมักจะหมกมุ่นถ้าคุณใส่ทรายลงไปก่อน คุณก็จะไม่มีที่เหลือให้ใส่กรวดและไม่มีที่ใส่หินแน่ ชีวิตคุณก็เหมือนกัน ถ้าคุณใช้เวลาและกำลังให้หมดไปกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ คุณก็จะไม่มีที่ให้เรื่องที่สำคัญสำหรับคุณ คุณต้องมุ่งความสนใจไปที่เรื่องที่ทำให้คุณมีความสุข เล่นกับลูกๆ หาเวลาไปตรวจร่างกาย พาคู่ชีวิตไปเต้นรำ เล่นเทนนิสสักสองสามเซ็ท คุณยังมีเวลาอกมากที่จะเอาผ้าไปซัก ทำความสะอาดบ้าน จัดงานเลี้ยง ซ่อมแซมอะไรต่อมิอะไร ดูแลก้อนหินก่อน ดูแลเรื่องที่สำคัญจริงๆ เรียงลำดับความสำคัญให้ดี เรื่องอื่นๆมันก็แค่เม็ดทราย

    นักศึกษาคนหนึ่งยกมือขึ้นถามว่าแล้วเบียร์หมายถึงอะไร อาจารย์ยิ้มน้อยๆ

    “ผมดีใจที่คุณถาม ผมแค่อยากให้คุณเห็นว่า ไม่ว่าชีวิตคุณจะเต็มแค่ไหน คุณก็ยังมีที่ว่างพอสำหรับเบียร์เสมอ

ความรักกับรถไฟ

ความรักก้อเหมือนกับรถไฟ
บางครั้ง....................
คนที่ขึ้นมาก้อไม่รู้จะลงสถานีไหน
บางคน.....................
ก้อลงไปโดยไม่บอก
บางคน.....................
อยากไปให้สุดสาย
.....แต่สุดท้ายก้อไปไม่ถึง
บางคน.....................
ก้อต้องเปลี่ยนเส้นทาง เมื่อรู้ว่ามาผิด
 
ความรักก้อเหมือนรถไฟ
บางขบวน..................
สถานีสุดท้ายอาจจะไม่มี
คน คนนั้นก้อเช่นกัน......

ตูไม่ดีตรงไหนเนี่ย ยิ่งนานยิ่งไม่รัก

ยิ่งนานยิ่งรัก เกิดขึ้นได้พอๆกับ ยิ่งนานยิ่งไม่รัก
การดูแลความสัมพันธ์ เหมือนการกำทราย
กำแน่นไป ทรายก็ร่วงออกจากมือหมด
กำเบาไปทรายก็ไม่อยู่ในมืออยู่ดี

เวลาผ่านไป ใช้ชีวิตอย่างธรรมชาติให้มากขึ้น
เมื่อไหร่รู้สึกเหนื่อย ดีใจเถอะที่เหนื่อยเป็น
จะได้รู้สึกว่าควรพักซะที เหมือนคนที่ป่วยเป็น
แสดงว่าเราใช้ร่างกายมากเกินไปแล้ว ถ้าไม่ป่วยซะบ้างเลย
เราจะไม่รู้ว่าควรถนอมร่างกายได้หรือยัง

การรักคนอื่นก็คือ การรักตัวเองอีกแบบหนึ่ง
อยู่คนเดียวเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารักตัวเองรึเปล่า
พอเริ่มรักใครซักคน
สิ่งที่ไม่เคยทำก็ทำ ไม่เคยหวานขนาดนี้ก็หวาน
ทำทุกอย่างที่จะรักษาคนที่เรารัก ให้อยู่กับเรานาน ๆ
เพราะอะไร…เพราะรักตัวเองและกลัวตัวเองเสียใจ

ความรักเป็นเรื่องของคน 2 คน มีความสุขทั้ง 2 คน
อย่าให้คนหนึ่งมีความสุข ในขณะที่อีกคนหนึ่งพยายาม
อย่าให้คนหนึ่งเสียใจ ในขณะที่อีกคนไม่รู้ตัว

 

ชาติที่แล้วเราไปผูกมัดใครไว้บ้างหรือปล่าว

ไปเจอมาจากบล๊อกของคุณหลิง รุ่นพี่ของหลาน ชอบมั่กมั่ก อย่าลืมทำตามนะครับ
ที่ยังเป็นโสดกันอยู่ก็เพราะอย่างนี้หรือเปล่าน้า
ชาติที่แล้วเราไปผูกมัดใครไว้บ้างก็ไม่รู้ด้วยคำสัญญาเช่น
เราจะรักกันทุกชาติไปโดยหารู้ไม่ว่ากรรมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ชาติภพใหม่ก็เลยแตกต่างกันไป แต่คำมั่นที่สาบานยังอยู่
อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุณยังเป็นโสดจนทุกวันนี้
ลองสวดมนต์บทนี้ดูอาจจะดีขึ้นนะ
คำขอขมาและอธิษฐานจิต
อธิษฐานหน้าพระพุทธรูปหรือสวดก่อนนอนก็ได้
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 จบ)
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต
หากข้าพเจ้าจงใจหรือประมาทพลาดพลั้งล่วงเกิน บิดา-มารดา
ครูบาอาจารย์ พระพุทธ พระธรรม พระอรหันต์ทุกพระองค์
พระอริยสงฆ์เจ้า ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายรวมถึงผู้มีพระคุณ
และท่านเจ้ากรรมนายเวร จะด้วย กาย วาจา ใจ ก็ดี
ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย
หากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตามมา
ขออนุญาติมีคู่ มีครอบครัวได้เหมือนคนปกติทั่วไป
ขอถอนคำอธิษฐาน คำสาบานที่จะติดตามคู่ในอดีต
ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน
ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูก ที่ชอบ ที่ควร
ขอบุญบารมี ในอดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้อง
จงเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ลาภ ยศ
สุข สรรเสริญ สติ ปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ
อุปสรรคใดๆ โรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป
ขอให้ข้าพเจ้ามีความสว่างทั้งทางโลก ทางธรรม
ตั้งแต่บัดนี้ตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ
หากมีผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า
ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตาม
ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้
ขอถอนความพยาบาท ความอาฆาต และคำสาปแช่งในทุกชาติ ทุกภพ
ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่งของปวงชน ของเจ้ากรรมนายเวร
ขอให้พ้นนรกภูมิ พบแสงสว่างทั้งทางโลกทางธรรมเทอญ
“คนเราเกิดมาหลายภพหลายชาติแต่ละคนมีเจ้ากรรมนายเวรที่แตกต่างกัน
การสวดขอขมาเพื่อลดและปลดหนี้กรรมให้น้อยลง”
“ขอผู้ได้รับใบคำขอขมาและอธิษฐานจิตนี้
กรุณาส่งให้ผู้อื่นต่อเพื่อสร้างผลบุญบารมีต่อไป"